ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: มาตรฐาน PPE ปราการด่านสุดท้าย

มาตรฐาน PPE ปราการด่านสุดท้าย 5 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #3

  • nutnin
  • รูปประจำตัวของ nutnin
ตามข้อกำหนด มอก.18001:2554 หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย : ข้อกำหนด หลังจากได้ทำการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงตามข้อกำหนดที่ 4.3.1 แล้ว กิจกรรมที่มีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการความคุมให้องค์กรพิจารณามาตรการลดความเสี่ยงตามลำดับ หรือใช้หลายมาตรการร่วมกันดังนี้

1. การกำจัด

2. การเปลี่ยนหรือทดแทน

3. การควบคุมทางด้านวิศวกรรม

4. การควบคุมทางด้านบริหารจัดการ การเตือนอันตราย และหรือให้สัญญาณ

5. การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

ซึ่งก็เป็นไปตามหลักวิชาการหรือตำราที่เราเรียนหรืออบรมมา แต่ในชีวิตจริงพบว่าหลายบริษัทมักจะเลือกวิธีการที่ 5 การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล(Personal Protective Equipment หรือ PPE)มาเป็นมาตรการลดความเสี่ยงอันดับหนึ่ง เพราะทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าวิธีการอื่นๆ ที่ต้องใช้ระยะเวลานานและงบประมาณสูง

หากเราจะจำแนกประเภทของ PPE ตามกลุ่มการคุ้มครองป้องกันอันตรายได้ทั่วไปดังนี้

1. อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ

2. อุปกรณ์ป้องกันดวงตา

3. อุปกรณ์ลดเสียง

4. อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า

5. อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ

6. อุปกรณ์ป้องกันมือ

7. อุปกรณ์ป้องกันเท้า

8. อุปกรณ์พิเศษเฉพาะงาน

จากประสบการณ์สมัยเป็น จป.วิชาชีพ ของผู้เขียน พบว่า ปัญหาใหญ่คือ พนักงานไม่ยอมสวมใส่ PPE และก็ตามด้วยเหตุผล 108 ว่าทำไมไม่ยอมใส่ บ้างก็ว่าอึดอัด บ้างก็ว่าทำงานไม่สะดวก มีบางเหตุผลที่ผู้เขียนเกือบยอมจำนนท์ คือ “ถ้าผมใส่ PPE ผมอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าผมไม่ใส่จะปลอดภัยกว่า” ซึ่งก็ต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆ นานา โน้มน้าวจูงใจ จนพนักงานเห็นความสำคัญและยอมสวมใส่ PPE

ผู้เขียนเองมีประการณ์ที่ไม่มีวันลืมสำหรับ มาตรฐานของ PPEสมัยอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยบริษัทนั้นได้สั่งซื้อรองเท้านิรภัยหัวเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเลือกราคาถูกเป็นหลัก (จัดซื้อเป็นใหญ่ แผนกความปลอดภัยเป็นรอง) จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุวัสดุหล่นทับเท้าพนักงานหัวเหล็กรับน้ำหนักไม่ไหวยุบตัวไปกระแทกนิ้วเท้าพนักงานได้รับบาดเจ็บ โชคดีว่าไม่ถึงขั้นรุนแรง และผลการสอบสวนวิเคราะห์หาสาเหตุ สรุปว่ารองเท้านิรภัยหัวเหล็กคู่นั้นไม่มีมาตรฐานรับรอง (ซึ่งมีมากมายหลายยี่ห้อตามท้องตลาด) โดยผู้เขียน ทดสอบแรงกระแทกโดยใช้วัสดุแบบเดิมทิ้งใส่รองเท้าเปล่าๆ เทียบกันระหว่างรุ่นที่หัวเหล็กยุบกับอีกรุ่นที่มีเอกสารรับรองมาตรฐาน พบว่ารองเท้าที่ได้มาตรฐานรับรอง หัวเหล็กรับแรงกระแทกได้ไม่ยุบตัว (ต่อมาจึงเสนอให้บริษัทเปลี่ยน Spec. ให้สั่งซื้อรองเท้านิรภัยที่มีมาตรฐานรับรองเท่านั้น แบบว่า...เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส)

จากประสบการณ์ครั้งนี้เองผู้เขียนจึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานของ อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล หรือ PPEเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะป้องกันไม่ให้พนักงานสัมผัสกับอันตราย หรือลดระดับความรุนแรงลง ตรงกันข้ามหาก PPE นั้นไม่ได้มาตรฐานจะไม่สามารถป้องกันอันตรายได้และอาจเพิ่มรับความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

ดังนั้นผู้เขียนเองอยากจะฝากบอกให้ผู้ดูแลงานความปลอดภัยทุกท่านให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานของ PPE โดยมาการกำหนดมาตรฐาน ประสานงานกับฝ่ายจัดซื้อจะต้องเลือกซื้อเฉพาะ PPE ที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งการตัดสินใจของท่านจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของพนักงาน โดยมาตรฐานที่เป็นที่รับรอง ตามที่กฎหมายของกระทรวงแรงงานกำหนดไว้ตาม ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 ที่ออกโดย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มีดังนี้

1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) (Thai Industrial Standards : TIS)

2. มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล(International Standardization and Organization : ISO)

3. มาตรฐานสหภาพยุโรป(European Standards : EN)

4. มาตรฐานประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์(Australia Standards/New Zealand Standards : AS/NZS)

5. มาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา(American National Standards Institute : ANSI)

6. มาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น(Japanese

7. มาตรฐานสถาบันความปลอดภัยและอนามัยในการทำงานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา(The national Institute for Occupational Safety and Health : NIOSH)

8. มาตรฐานสำนักงานบริหารความปลอดภัย และอาชีวอนามัยแห่งชาติกรมแรงงาน ประเทศสหรัฐอเมริกา(Occupational Safety and Health Administration : OSHA)

9. และมาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา(National Fire Protection Association : NFPA)

ข้อสังเกตคือ กฎหมายฉบับนี้กำหนดว่า PPE ที่นายจ้างต้องจัดเตรียมให้ลูกจ้างต้องได้มาตรฐานอย่างหนึ่งอย่างใดใน 9 มาตรฐานนี้เท่านั้น (ไม่มีหรือเทียบเท่าแต่อย่างใด) ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ดูแลงานด้านความปลอดภัยที่จะสั่งซื้ออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานเหล่านี้เท่านั้น รวมทั้งต้องตรวจสอบ PPE ล๊อตเก่าที่ใช้อยู่ปัจจุบันได้มาตรฐานเหล่านี้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็จำเป็นต้องทยอยเปลี่ยนซื้อหามาเพิ่มต่อไป เพื่อให้มันใจว่า PPE ที่พนักงานสวมใส่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้ตามที่ออกแบบและรับรองไว้จริงๆ...... ฉบับนี้ขอลาไปก่อน โอกาสหน้าพบกันใหม่ สวัสดีครับ.

ที่มา : www.npc-se.co.th 20ธ.ค.2554
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
  • หน้าที่:
  • 1
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.209 วินาที

our company partners